logo small
 รฐบาลไทย หนาแรก
   
ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (115)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

        หัวหน้าอุทยานฯหมู่เกาะสิมิลัน นำทีมลาดตะเวนรอบเกาะสำรวจเต่าตนุขึ้นจากทะเลมาวางไข่ พบแม่เต่าตัวที่ 5 ขึ้นมาวางไข่บนเกาะเมียง ก่อนนำไข่ไปเพาะที่บ่อฟัก คาดลูกเต่าตนุชุดแรกจะฟักไข่ราวต้นเดือนพ.ค.นี้
นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน นำทีมออกลาดตระเวนรอบหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ สล.1(เกาะเมียง) เพื่อค้นหาการขึ้นมาวางไข่ของแม่เต่าทะเล กระทั่งถึงบริเวณหาดนุ้ยพบแม่เต่าตนุ 1 ตัว ขึ้นมาวางไข่บริเวณทางเดินลงชายหาดนุ้ย

        คณะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรม พบว่าแม่เต่าเริ่มขุดหลุมเมื่อเวลา 22.30 น.ก่อนจะย้ายไปขุดหลุมที่ 2 เนื่องจากหลุมแรกขุดพบรากไม้ ทำให้ไม่สามารถขุดหลุมได้ลึกเพียงพอสำหรับวางไข่ กระทั่งเวลา 23.30 น.แม่เต่าเริ่มออกไข่ทีละฟองจนครบ 105 ฟอง และฝังกลบเวลา 23.45 น. เมื่อแม่เต่าวางไข่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะที่แม่เต่ากำลังว่ายน้ำลงทะเล คณะเจ้าหน้าที่จึงได้วัดขนาดของแม่เต่าจากหัวถึงหาง ได้ความยาว 120 ซม. วัดจากกระดองซ้ายไปขวายาว 70 ซม. คณะเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนแม่เต่าลงทะเลเวลา 00.20 น. และ เข้าทำการเก็บไข่เต่าไปไว้ที่บ่อเพาะฟักใน เวลา 07.00 น. เพื่อย้ายไข่เต่าออกจากเส้นทางเดินลงชายหาด และเพื่อป้องกันการถูกล่าจากสัตว์ผู้ล่า ซึ่งจากการขุดย้ายครั้งนี้ นับจำนวนไข่เต่าได้ 105 ฟอง ซึ่งพบว่าปีนี้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบแม่เต่าขึ้นมาวางไข่บนเกาะเมียงแล้ว 5 ตัว สามารถเก็บไข่ไปเพาะฟักได้ 448 ฟอง และคาดว่ายังมีไข่เต่าอีกไม่ต่ำกว่า 100 ฟอง ที่ยังไม่สามารถขุดขึ้นมาได้ และในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ลูกเต่าชุดแรกจะเริ่มฟักเป็นตัว

        วันที่ 13 เมษายน 2561 ที่ถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพังงา นายสิทฑิชัย  ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายชาญศักดิ์ ถวิล นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายบำรุง ปิยนามวาณิช นายก อบจ.พังงา หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนในจังหวัดพังงากว่า1000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยปี 2561 โดยมี พระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี เป็นประธานสงฆ์พร้อมกับให้ศีลและให้พรในวันปีใหม่ไทย จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาอวยพรวันปีใหม่ไทยให้ชาวพังงา และร่วมกันทำบุญตักบาตร

        จากนั้นพุทธศาสนิกชนได้ร่วมสรงน้ำองค์พระพุทธสิหิงค์ องค์พระสัมฤทธิ์ศากยมุณีศรีพังงา พระประจำเมืองพังงา สรงน้ำพระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 เจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี และรดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้ย้ำถึงการระมัดระวังในการใช้รถสัญจรไปมาบนท้องถนน และได้เน้นหนักการเล่นสงกรานต์ตามประเพณีไทย รักษาวัฒนธรรมไทยอันดีงามที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

 IMG 8927 1068x712  
   
   

c

 

ชมรมแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดพังงา จัดกิจกรรมการแข่งขันเกมสำหรับเด็กเรียนรวม (Inclusive Kids Games) โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กพิเศษจังหวัดพังงา โดยมีนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดการแข่งขันในครั้งนี้ พร้อมคณะครู บุคลากร และนักเรียน จากโรงเรียนต่างๆในอำเภอคุระบุรี จำนวน 346 คน เข้าร่วมทำการแข่งขัน ที่บริเวณสนามหญ้าโรงเรียนคุระบุรี อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อเสริมสร้างกระบวนการพัฒนาทักษะให้กับเด็ก ให้เด็กได้แสดงความสามารถด้านกีฬา ปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬา ส่งเสริมการพัฒนาทั้งรางกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ทั้งยังสร้างความสามัคคีของบุคลากรในสังกัด
ซึ่งคณะกรรมการการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กพิเศษจังหวัดพังงา ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานการแก้ปัญหาเด็กพิเศษใน อ.คุระบุรี จ.พังงา เล็งเห็นโอกาสที่เด็กเหล่านี้จะได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ออกมาอย่างเต็มที่และถูกต้องเหมาะสม ต่อสภาพแวดล้อม สถานการณ์ ตลอดจนส่งเสริมกระบวนการทักษะ และประสบการณ์แก่เด็ก ด้วยการนำการละเล่นพื้นบ้านในอำเภอคุระบุรี ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับเป็นเกมให้เด็กนักเรียนรวมได้ร่วมกันทำการแข่งขัน ภายใต้นโยบายไทยนิยม ไทยยั่งยืน อำเภอคุระบุรี ซึ่งได้จัดการละเล่นและแข่งขัน 8 ประเภท คือ ลากกาบหมาก ขว้างราวกาหยี เดินกะลา กระต่ายขาเดียว ชักกะเย่อ วิ่งผลัดแตงโม เป่ากบ และหมากเก็บ โดยแต่ละเกมการละเล่นนั้นจะแฝงไปด้วยกระบวนการวิธีแก้ปัญหาต่างๆ การฝึกฝนสมาธิ การฝึกสังเกต การวางแผน และความสนุกสนาน
ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาได้เดินทักทายเหล่าบรรดาเด็กๆและคณะครูพี่เลี้ยงในแต่ละสี พร้อมอยู่ชมให้กำลังใจการแข่งขันอย่างใกล้ชิด จากนั้นเหล่ากาชาดจังหวัดพังงา ได้นำอาหารและผลไม้มาจัดเลี้ยงให้กับเด็กๆ หลังจากที่ได้แสดงพลังความสามารถจากการเล่นกีฬา ตามโครงการเรียน เล่น เป็นสุข ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันจะมีการประเมินสุขภาวะในด้านต่าง ๆ ของเด็กอีกด้วย
 

พังงาจัดมหกรรมคอนเสิร์ตการกุศล “พี่ร้องให้น้องได้เรียน” ครั้งที่ 4

พังงา-เสธ.ไก่อู ร่วมแสดงคอนเสิร์ตการกุศล “พี่ร้องให้น้องได้เรียน ครั้งที่ 4” หารายได้สนับสนุนกิจกรรมด้านสุนทรียศาสตร์ของกองทุนพี่ร้องให้น้องได้เรียนจังหวัดพังงา

ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ อ.เมืองพังงา พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดคอนเสิร์ตการกุศล “พี่ร้องให้น้องได้เรียน ครั้งที่ 4” เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมด้านสุนทรียศาสตร์ของกองทุนพี่ร้องให้น้องได้เรียนจังหวัดพังงา โดยมี นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วยส่วนราชการ ภาคเอกชน และศิลปินรับเชิญชื่อดัง แพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์  ,(อุ้ย)ระวิวรรณ จินดา ,(ปั่น)ไพบูรณ์เกียรติ เขียวแก้ว ,เศกพล อุ่นสำราญ (โก้ มิสเตอร์แซกแมน) , ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี นายจุมพล ทองตัน หรือโกไข่ ผู้ก่อตั้งกองทุนฯ และกลุ่มเยาวชนที่มีผลงานดีเด่นด้านสุนทรียศาสตร์ขึ้นเวทีแสดงร่วมกับกับศิลปิน  ซึ่งพิธีเปิด โกไข่ ได้ขับรถสองแถวไม้ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพังงานำประธานและศิลปินทั้งหมดขึ้นสู่เวทีเปิดมหกรรมคอนเสิร์ตพี่ร้องให้น้องได้เรียน

กิจกรรมบนเวที มีการแสดงของนักเรียนและครูในชุด “เสียงแห่งพังงา” การมอบทุนการศึกษาสาขาคีตศิลป์ในแขนงต่างๆ ให้แก่นักเรียนในจังหวัดพังงา จำนวน 14 ทุน เปิดการแสดงแรกด้วยชุด “คุณค่าแห่งชีวิตที่งดงาม” ด้วยเสียงขลุ่ยจากอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 59  ต่อด้วยเสียงร้องจากแพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์ ที่มีเด็กเล็กๆร่วมแสดงด้วยอย่างสนุกสนาน การแสดงในชื่อชุด “คือนิยามของคำว่ารัก” โดยอุ้ย รวิวรรณ จินดา ,ปั่น ไพบูรณ์เกียรติ เขียวแก้ว การแสดงชุด “คืออุปสรรคที่พ่ายแพ้ความมุ่งมั่น” โดยพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด  เศกพล อุ่นสำราญ(โก้ มิสเตอร์แซกแมน)และจุมพล ทองตัน (โกไข่) ซึ่งแต่ละชุดการแสดงจะมีเด็กนักเรียนเข้าร่วม ท่ามกลางผู้เข้าชมคอนเสิร์ตกว่า  500 คน

กิจกรรมบนเวที มีการแสดงของนักเรียนและครูในชุด “เสียงแห่งพังงา” การมอบทุนการศึกษาสาขาคีตศิลป์ในแขนงต่างๆ ให้แก่นักเรียนในจังหวัดพังงา จำนวน 14 ทุน เปิดการแสดงแรกด้วยชุด “คุณค่าแห่งชีวิตที่งดงาม” ด้วยเสียงขลุ่ยจากอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 59  ต่อด้วยเสียงร้องจากแพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์ ที่มีเด็กเล็กๆร่วมแสดงด้วยอย่างสนุกสนาน การแสดงในชื่อชุด “คือนิยามของคำว่ารัก” โดยอุ้ย รวิวรรณ จินดา ,ปั่น ไพบูรณ์เกียรติ เขียวแก้ว การแสดงชุด “คืออุปสรรคที่พ่ายแพ้ความมุ่งมั่น” โดยพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด  เศกพล อุ่นสำราญ(โก้ มิสเตอร์แซกแมน)และจุมพล ทองตัน (โกไข่) ซึ่งแต่ละชุดการแสดงจะมีเด็กนักเรียนเข้าร่วม ท่ามกลางผู้เข้าชมคอนเสิร์ตกว่า  500 คน

        ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลัง ตรวจสอบท่าเทียบเรือ จังหวัดพังงา , ศปป4.กอ.รมน.ร่วมกันติดตามกวาดล้างขบวนการของกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญ บุกรุกป่าชายเลนทำท่าเทียบเรือผิดกฎหมาย ตรวจ  จากกรณีผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยว จัดให้มีบริการทัวร์ศูนย์เหรียญ เข้ามาประเทศไทย ทำให้เกิดผลกระทบ ไปยังผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จนหน่วยงานภาครัฐได้ทำการปราบปราม ไปแล้วก่อนหน้านี้จนกลายเป็นกระแสข่าวดังและมีการดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนไปแล้วหลายราย หลังจากมีการดำเนินการไประยะหนึ่ง พบว่าขณะนี้ทัวร์ศูนย์เหรียญเริ่มกลับ ประกอบกิจการขึ้นอีกครั้ง โดยใช้นอมินี ในการประกอบกิจการ

        ล่าสุดเมื่อวานนี้ ( 2 มี.ค.) ศปก.พป (ศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว,จังหวัดพังงา ,ศปป4.กอ.รมน.ร่วมกันติดตามกวาดล้างขบวนการของกลุ่มทัวร์ บุกรุกป่าชายเลนทำท่าเทียบเรือผิดกฎหมาย ตรวจสอบพบ4แห่งผิดกฎหมายทั้งหมดในเขตอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

        ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าแห่งชาติ (คปป.)โดยการอำนวยการของ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว,ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา,นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กปม.,นายรัชชัย พรพา หน.ชุดฉลามขาว ทช.,พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง
ได้เข้าได้ร่วมบูรณาการบังคับ ใช้กฎหมาย ต่อกลุ่มทุนที่บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ โดยเข้าตรวจสอบท่าเทียบเรือจำนวน4 จุดในเขตตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ของกลุ่มผู้ประกอบการทัวร์จากต่างประเทศ ที่พยายามลักลอบทำทัวร์แบบผิดกฎหมาย ตามแหล่งท่องเที่ยวในเขตทะเลฝังอันดามัน ในท้องที่จังหวัดภูเก็ต  หลังสืบทราบว่า บริเวณดังกล่าว ได้มีกลุ่มนายทุน ที่ดำเนินการทำทัวร์รับลูกค้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน และ รัสเซีย แอบเข้าก่อสร้างท่าเทียบเรือ นำลูกค้าทัวร์มาลงเรือที่ท่าเรือบริเวณดังกล่าว เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตามเกาะในเขตทะเลฝังอันดามันที่มีธรรมชาติสวยงาม

        จากการตรวจสอบของคณะเจ้าหน้าที่พบ ว่า มีการสร้างท่าเรือ จำนวน 4 จุดอยู่ใกล้ๆ กันในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองทุ่งมะพร้าว จังหวัดพังงา ประกอบด้วย ท่าเรือบลูด้า มารีน เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่รองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ท่าเรือหาญทะเล เป็นท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ท่าเรือรัสเซีย เป็นท่าเรือรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซีย และท่าเรือไม่มีชื่ออยู่ติดกับท่าเรือรัสเซีย ตรวจสอบท่าทั้งหมดมีการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือยาวลงไปในน้ำเพื่อรองรับเรือสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ จำนวนท่าละหลายสิบลำ มีการปรับปรุงพื้นที่เป็นลานจอดรถทั้งรถตู้และรถบัสขนาดใหญ่ จำนวนหลายสิบคัน

คาดว่า แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวที่มาลงเรือที่ท่าเทียบเรือดังกล่าวไม่น่าน้อยกว่าวันละ 1พันคน ตรวจสอบพบมีการพัฒนาพื้นที่เป็นห้องอาหาร และ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทั้ง 4 จุดพร้อมกัน ตรวจสอบพบไม่มีการขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 4 ท่าเทียบเรือ พบเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับได้แก่ พ.ร.บ.ป่าไม้2484,พ.ร.บ.,ป่าสงวนแห่งชาติ2507,พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี2522,พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่17) 2560.

ทางคณะเจ้าหน้าที่ จึงร่วมกันตรวจสอบรังวัดพื้นที่โดยละเอียด เพื่อดำเนินการจัดทำบันทึกเรื่องราวร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงา จนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป

พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า การเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นการเข้าตรวจหานอมินี และ การทำทัวร์ด้อยคุณภาพ การนำนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อนจะตัดราคาโดยเอาปริมาณเป็นหลักโดยเฉพาะบริษัททัวร์รายใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งถูกดำเนินคดีไปแล้วก่อนหน้านี้ ทางตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับ ป.ป.ง. แจ้งข้อหาฟอกเงินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การเข้าตรวจสอบ บริษัทนำเที่ยว และ มัคคุเทศก์ ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการตรวจสอบท่าเรือที่ไม่ถูกต้อง มีการใช้พื้นที่ของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ ป่าชายเลน โดยผิดวิธี นอกจากนั้นยังมีการนำน้ำมันเข้ามาในพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียกับสิ่งแวดล้อม

จึงได้ร่วมกับหลายหน่วยงานบูรณาการร่วมตรวจสอบในสิ่งที่เจ้าของกิจการได้มาดำเนินการในฐานะที่เป็นผู้รองรับนักท่องเที่ยวชาติต่าง ๆ ด้วยการใช้เรือสปีดโบ๊ตรับนักท่องเที่ยวออกไป และ กลับเข้ามา มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งหากพบเห็นการกระทำผิดก็จะดำเนินการทุกข้อกล่าวหาต่อไป

ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ด้วยการแปรภาพถ่ายทางอากาศ พบว่า ท่าเทียบเรือทั้ง 4 จุด ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนทุกแปลง ไม่พบการขออนุญาต ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาต หากเจ้าของบริษัทไม่สามารถนำเอกสารสิทธิของที่ดินมาแสดงได้

ในส่วนแรกเป็นของ พ.ร.บ.ป่าไม้ เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้2484 ,ป่าสงวนแห่งชาติ2507 ,มาตรา9ประมวลกฎหมายที่ดิน ,พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 ในส่วนที่2 เป็นเรื่องของสะพานไม้ที่ยื่นออกไปเป็นท่าเทียบเรือ ซึ่งถือเป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่ได้มีการขออนุญาตการก่อสร้างจากท้องถิ่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมเจ้าท่า และ ส่วนที่3 เป็นเรื่องของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารปี2522 ซึ่งตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีการขออนุญาต ปลูกสร้างอาคาร ในส่วนของน้ำบาดาลขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดเนื่องจากเป็นเพียงบ่อน้ำตื้นตรวจพบความลึกไม่เกิน 15 เมตร

ด้านนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าว ในเรื่องของสถานการการบุกรุกพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในขณะนี้ น่าจะเกิดจากที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จึงทำให้มีการกระทำความผิดกฏหมายมากยิ่งขึ้น หลังจากนี้จะต้องบูรณาการกับหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันในการตรวจสอบและดูแลหากผู้ประกอบการยังคงกระทำความผิดได้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้อง

ในส่วนที่จังหวัดพังงาได้เคยประกาศไว้ว่าจะไม่ให้มีทัวร์ศูนย์เหรียญและทัวร์คุณภาพต่ำที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว นั้น จังหวัดพังงาโดยนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบผู้ที่กระทำความผิดทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดพังงา จังหวัดได้เน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และ ความสะอาด พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราการกระทำผิดของผู้ประกอบการอยู่ตลอดเวลา

 

 

       

พังงาฮือฮา นำคู่บ่าวสาว 14 คู่ เข้าจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ในงาน "14 กุมภาวิวาห์ อุ่นหมอก ไอรัก ณ ปลายพู่ โดยมีคู่รักยืนยาว" บ่าว-สาว อายุ 73 และคู่รักน้ำหนัก 8 ตัน ก่อนจะส่งเข้าเรือนหอ...</p>
เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ่อน้ำพุร้อนบ้านปลายพู่ หมู่ 4 ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา ซึ่งเป็น 1 ใน 5 อำเภอของจังหวัดพังงา ที่ได้จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ โดยคู่บ่าวสาวทั้ง 14 คู่ เข้ารับสวมพวงมาลัยจาก นายสุรัตน์ ลายจันทร์ นายอำเภอกะปง แล้วจัดขบวนแห่กลองยาว และขบวนขันหมากไปในตลาดปากถัก เพื่อแวะถ่ายภาพกับทุเรียนสาลิกาที่สุกหอม

จากนั้นคู่สมรสและแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปยังบ่อน้ำพุร้อนปลายพู่ โดยมี นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และนำแขกผู้มีเกียรติร่วมรดน้ำสังข์คู่สมรส โดยมีนายอำเภอกะปงเป็นนายทะเบียน และนั่งจดทะเบียนข้างบ่อน้ำพุร้อน จำนวน 14 คู่ ก่อนที่จะทำการจดทะเบียนสมรสให้กับบ่าวสาวคู่พิเศษ คือ พลายโจโจ้ และพังมะลิ ซึ่งมาร่วมจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ด้วย

         ส่วนคู่รักที่น่ารักไม่แพ้กันคือ คุณตาสมพร แพทย์อินทร์ อายุ 72 ปี และคุณยายผวน วงศ์สุข อายุ 73 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่อำเภอกะปง และมีจากอำเภอตะกั่วป่า 1 คู่ และอำเภอเมืองพังงา 1 คู่ ซึ่งหลังจดทะเบียนเสร็จแล้ว เป็นการรับชมการแสดงการร่อนแร่ในลำคลอง และการแสดงหมวกใบร่มข้าวซึ่งเป็นโอทอปที่ขึ้นชื่อของอำเภอกะปง ก่อนจะร่วมต้มไข่ในบ่อน้ำร้อน จากนั้น นายมานิต ได้ทำการแจกไข่ออนเซ็นให้คู่บ่าวสาว ซึ่งครั้งนี้ เจ้าภาพได้เตรียมไข่เอาไว้ 15 ชุด แต่พลายโจโจ้ และพังมะลิ ไม่จำเป็นต้องใช้ ไข่ชุดดังกล่าวเลยตกเป็นของคู่รักวัย 73 และ 72 ปี รวมเป็น 2 ชุด

        จากนั้นหลังเที่ยงทั้งหมดจะเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจที่น้ำตกหินลาด ต.กะปง เพื่อชมธรรมชาติ ณ กะปง แกรนแคนยอนบ้านสะพานเสือ, ชมตำนานโบราณวัตถุ ณ วัดนารายณ์นิการาม ต.เหล และในช่วงค่ำมีกิจกรรมรอบกองไฟที่บ่อน้ำพุร้อนรมณีย์ ต.รมณีย์ ก่อนจะส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอเป็นอันเสร็จภารกิจ.

พังงาฮือฮา นำคู่บ่าวสาว 14 คู่ เข้าจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ในงาน "14 กุมภาวิวาห์ อุ่นหมอก ไอรัก ณ ปลายพู่ โดยมีคู่รักยืนยาว" บ่าว-สาว อายุ 73 และคู่รั

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1204622

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเรือ ว้าวอันดามัน ทับละมุ มีนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติ ได้เดินทางมายังท่าเรือ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนยังหมู่เกาะสิมิลัน ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก หรือช่วงวันวาเลนไทน์ และช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างชาติชาวยุโรป และนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ที่เป็นคู่รักต่างเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนทางนายบุญชู แพใหญ่ ผู้ประกอบการเรือทัวร์ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ตามเกาะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อ่าวพังงา เกาะสิมิลัน และเกาะสุรินทร์ มีนักท่องเที่ยวชาวไทย ต่างชาติ และชาวจีน ที่เดินทางมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ ได้จองเรือทัวร์เพื่อเดินทางชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติช่วงเทศกาลแห่งความรัก เพื่อพักผ่อนเป็นส่วนตัว และใช้ชีวิตอยู่กับคู่รักให้คู่รักมีความสุขในช่วงเทศกาลดังกล่าวจากสุดสัปดาห์ไปจนถึงอาทิตย์หน้า ทำให้ห้องพักโรงแรมต่างๆ ย่านเขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา มียอดจองห้องพักเกือบเต็มทุกแห่ง โดยการจองห้องพัก และเข้าพักในช่วงวันวาเลนไทน์มากถึง 80-90% ทำให้ธุรกิจย่านเขาหลักกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
ผู้ประกอบการยอมรับว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีเทศกาลปีใหม่ และตรุษจีน มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในพื้นที่จังหวัดพังงา โรงแรมหลายแห่งได้เตรียมจัดฉลองวาเลนไทน์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อน

        ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ช่วงเช้ามืดนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางขึ้นไปเพื่อรอชมแสงแรกของวันใหม่พร้อมกับชมความงดงามของทะเลหมอกยามเช้าบนเขาไข่นุ้ย ตั้งอยู่ที่บ้านฝายท่า ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยในวันนี้พบว่า อุณหภูมิอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นสบาย ขณะที่สายหมอกที่ลอยทอดยาวตามหุบเขาลอยเอื่อยๆอย่างสวยงามสุดลูกหูลูกตา โดยเฉพาะช่วงที่พระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นจากขอบฟ้าแสงสีทองของดวงอาทิตย์ตัดกับทะเลหมอกสีขาวนวล เป็นภาพที่ประทับใจที่นักท่องเที่ยวต่างหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพประทับใจไว้ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าสวยงามจริงๆไม่ผิดหวังเลยที่มาที่นี่ ไม่ต้องไปที่ภาคเหนือภาคใต้พังงา ทะเลหมอกก็สวยไม่แพ้ภาคเหนือ ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมของการเดินทางมาชมทะเลหมอกเขาไข่นุ้ย ตั้งแต่เวลา 05.30-08.00 น. จะเป็นเวลาที่ดีที่สุด

        เขาไข่นุ้ย เดิมเป็นพื้นที่ทำสวนยางของชาวบ้าน ชาวบ้านที่นี่เห็นทะเลหมอกกันจนชินตา แต่ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ จะมีหมอกอย่างหนาแน่นให้นักท่องเที่ยวได้ชมเนื่องจากบริเวณที่เห็นทะเลหมอกเป็นช่องเขาขนาดใหญ่ล้อมรอบซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ที่นี่จึงทำให้เกิดสายหมอกได้เนื่องจากความชุ่มชื้นนั่นเอง โอกาสในการชมทะเลหมอกในทุกๆเช้า นั้นมีมากถึง 80% และสามารถชมทะเลหมอกได้ทุกฤดูแม้แต่ฤดูร้อนที่นี่ก็ยังมีทะเลหมอกให้ชม สำหรับชื่อที่มาของภูเขาตั้งตามชื่อคนค้นพบ คือบังไข่กับบังนุ้ย แต่ก่อนเขาลูกนี้ เป็นพื้นที่สวนยางของ บังไข่ หรือ “ศักดิ์ แคล่วคลอง” มีพื้นที่สวนยางอยู่ฝั่ง ตะวันตกหรือฝั่งทะเลอันดามัน ส่วนบังนุ้ย หรือ “นุ้ย นิ่งราวี” มีพื้นที่สวนยางอยู่ฝั่ง ตะวันออกหรือฝั่งภูตาจอ จากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ได้มี นักศึกษามาทำกิจกรรมขึ้นมาชมทะเลหมอกบนยอดเขา นักศึกษาจึงตั้งชื่อเขาลูกนี้ว่า “ภูไข่นุ้ย” ตามชื่อเล่นของ บังไข่และบังนุ้ย เมื่อเขาลูกนี้เปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยว จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เขาไข่นุ้ย” มาจนทุกวันนี้

สนับสนุนเนื้อหาข่าว https://www.innnews.co.th/regional-news/news_12459/

        นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งที่ 8 ร่วมปล่อยชุดปฏิบัติการใต้น้ำ เพื่อปฏิบัติงานฟื้นฟูปะการังธรรมชาติบริเวณเกาะไข่ใน จ.พังงา หลังนักวิชาการตรวจพบการส่งสัญญาณที่ดี ว่าปะการังที่เสื่อมโทรมมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวธรรมชาติอย่างช้าๆ

        นายจตุพร ระบุว่า ได้กำหนดนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศมาตรการสำคัญที่จะช่วยอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น มาตรการชายหาดปลอดบุหรี่ การประกาศกฎหมายคุ้มครองพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ปะการังในระยะยาวต่อไป

        ด้านนายวิชัย ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมชุดปฏิบัติการฟื้นฟูปะการัง เปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการครั้งนี้จะทำให้การฟื้นตัวของปะการังเป็นไปได้เร็วขึ้น ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูปะการังในบริเวณเกาะไข่ให้ได้อย่างน้อย 30 ไร่ ในปีงบประมาณ 2561 และเนื่องจากปีนี้เป็นปีแห่งปะการังสากล จึงขอเชิญชวนชาวไทยช่วยกันอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ และเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวให้กับท้องถิ่น

หน้าที่ 1 จาก 9
   

สถิติการใช้งาน

301856
วันนี้วันนี้81
เมื่อวานนี้เมื่อวานนี้713
สัปดาห์นี้สัปดาห์นี้2340
เดือนนี้เดือนนี้12453
รวมรวม301856
   
© จังหวัดพังงา