ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ (162)

ข่าวประชาสัมพันธ์จังหวัด

        ชาวเน็ตเตือนโค้งบางเสียด ต.บางเตย อ.เมืองพังงา อันตรายมาก เดือนพฤศจิกายน พบอุบัติเหตุรายที่ 10 แล้ว วอนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่แก้ไข ชี้ ปัญหาอาจเกิดจากถนนสีแดง ยิ่งฤดูฝนยิ่งอันตราย

        เมื่อวันที่ 13 พ.ย. เฟซบุ๊ก “พงษ์วัฒน์ บุญโกย” ได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์โค้งบางเสียด ต.บางเตย อ.เมืองพังงา จ.พังงา ที่อันตราย มีผู้ประสบอุบัติเหตุในเดือนพฤศจิกายนนั้น 10 รายแล้ว โดยเหตุการณ์ล่าสุด คือ รถกระบะแหกโค้งพลิกคว่ำจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งชาวเน็ตได้ตั้งข้อสังเกตว่าพื้นถนนสีแดงนั้น ถ้ามีฝนตกลงมาจะมีรถหลุด หรือแหกโค้งบ่อยครั้งมากกว่าพื้นถนนแห้ง 

        โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า “คันที่ 10 ในรอบเดือน มาจากสงขลา ผู้ขับขี่เพียงคนเดียว ได้รับบาดเจ็บ นำส่ง รพ.พังงา จุดเดิมโค้งบางเสียด”

        ทั้งนี้ มีข้อมูลเพิ่มเพิมว่า โค้งบางเสียด ถือว่าเป็นโค้งอันตรายอันดับ 1 ของจังหวัดพังงา พบว่า สาเหตุหลักนอกจากขับรถเร็วแล้ว สภาพถนนเป็นสาเหตุประกอบให้เกิดอุบัติเหตุ อย่างแถบสะดุดเสื่อมสภาพแถบมีสภาพบางจนผู้ขับขี่ไม่รู้สึกว่ามีความสะเทือนของรถ ซึ่งทางอำเภอเคยได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมแถบสะดุดให้หนาขึ้น ติดตั้งราวเหล็ก เพิ่มไฟกะพริบขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ จะให้ทางแขวงเข้าตรวจสอบพื้นผิวถนนสีแดง เนื่องจากชาวบ้านสงสัยว่าจะช่วยกันความลื่นได้จริงหรือไม่ หรือเพิ่มความลื่นขึ้น หากโดนน้ำหรือของเหลว ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง

ขอขอบคุณ : mgronline.com

        เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 61 นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้จัดชุดออกหน่วยบริการประชาชนเคลื่อนที่ โดยตั้งหน่วยบริการชั่วคราว ณ ศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรม ประจำมัสยิด บ้านท่าสนุก ม.3 ต.มะรุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับความสะดวกในการขอรับใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2560 ลงวันที่ 4 ก.ค.60 จำนวน 143 ราย ทั้งนี้สำนักงานฯได้จัดชุดออกบริการต่อเนื่องมาโดยตลอด สำหรับเดือนนี้มีแผนที่ออกหน่วยบริการดังกล่าว

        ดังนี้วันที่ 14 พ.ย. 61 ณ อาคารมัสยิด บ.ใต้ ม.9 ต.บางเตย อ.เมืองฯ วันที่ 16 พ.ย.61 ณ บ.สามช่องเหนือ ม.8 และ บ.สามช่องใต้ ม.9 ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา และออกหน่วยบริการในเรื่อง รับเรื่องจดทะเบียนเรือครั้งแรก(ยกเว้นเรือประมง) /ขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ รับสมัครสอบความรู้หรือต่ออายุ เพื่อออกประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือ ผู้ควบคุมเครื่องจักรยนต์ และรับใบอนุญาตสิ่งปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ ดังนี้ วันที่ 26 พ.ย. 61 เวลา 11.00 น. ณ เทศบาลตำบลพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา วันที่ 27 พ.ย. 61 เวลา 09.00 น. ณ ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนเกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา

        นายณชพงศ ประนิตย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ด้วยเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำแม่น้ำ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ได้มาแจ้งตามคำสั่ง คสช.32/60 ดังกล่าวที่สำนักงานฯ จำนวนทั้งสิ้น 4,436 ราย ซึ่งมีจำนวนมาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องของเจ้าหน้าที่ และภารกิจอื่นๆ อาจจะออกให้บริการไปไม่ทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนมาติดต่อขอรับใบอนุญาตฯได้ที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0764 0639 ในวันเวลาราชการ

ขอขอบคุณ : www.siamrath.co.th

       ที่บ้านปากด่าน ม.5 ต.บางเหรียง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน โดยมีนายธราธิป ทองเจิม รองนายองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา พร้อมด้วย น.ส.สุกานดา แสงวงษ์ พัฒนาการจังหวัดพังงา นานยเสรี ศรีภากร ส.อบจ.พังงา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ สื่อมวลชน และชาวบ้านตำบลบางเหรียง เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

       นายธราธิป ทองเจิม กล่าวว่า บ้านปากด่านอยู่ติดกับ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับประเทศในปี 2561 มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางพุทธศาสนาคือ พระมหาธาตุเจดีย์ พุทธธรรมบันลือ ซึ่งเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในฝั่งทะเลอันดามัน ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันได้รื้อฟื้นวิถีดั้งเดิม หันกลับมาทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกข้าวไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ และมีการสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน จนประสบความสำเร็จเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง

        ว่าที่ร้อยเอก พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอทับปุด กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งเน้นสร้างรายได้และความเจริญ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ดำเนินการร่วมกับภาครัฐ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่อยู่ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของชุมชนและให้โอกาส ในการสร้างคนสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับชุมชน โดยผ่านกระบวนงานประชาคม ให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งทุนในการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ภายในชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่น โดยการนำ เสน่ห์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม เป็นตัวดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือน

ขอขอบคุณ :www.innnews.co.th

        เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานพิธีทอดกฐิน ณ วัดเสนานุชรังสรรค์ อำเภอตะกั่วป่า และเป็นประธานเปิดอาคารพิพิธภัณฑ์มูลนิธิบำรุงวัดเสนานุชรังสรรค์ ซึ่งคณะกรรมการมูลนิธิ และประชาชนชาวตะกั่วป่าได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุโบราณ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของอำเภอตะกั่วป่า ด้วย

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

        เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 61 นายชาญศักดิ์ ถวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และนักวิ่งรับไม้คฑาจากขบวนนักวิ่งจากจังหวัดภูเก็ต ที่บริเวณกลางสะพานสารสิน และทำการวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดพังงา และช่วงที่ 2 จะทำการรับไม้คฑาจากจังหวัดกระบี่ ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 ที่บริเวณสี่แยกนาเหนือ เข้าสู่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์จังหวัดพังงา มีกิจกรรมรับมอบคฑาด้วยการเดิน-วิ่ง รอบสวนสมเด็จฯ 1 รอบ และจะทำการวิ่งจากจังหวัดพังงา เพื่อส่งมอบให้จังหวัดระนอง วันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2561 ณ พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ต่อไป รวมระยะทาง 260 กิโลเมตร

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

 

        เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้นายณรงค์ หลักฐาน และนางสาวมะลิวรรณ พาหุวัฒนกร นำผ้าพระกฐินพระราชทานมาทอดถวายพระสงฆ์ ณ วัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองพังงา ในการนี้ นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมเป็นเกียรติด้วย

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

        นายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ร่วมกับ กลุ่มอาสาสมัครกลุ่มทรัสฮีโร่เขาหลัก วิทยาลัยชุมชนพังงา บ.เขาหลักสคูบ้าแอดเวนเจอร์ บ.เขาหลักแลนด์ดิสคอฟเวอรี่ กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนท่าดินแดง และสำนักงาน ส.บ.ท.ช.8 กว่า 100 คน ร่วมเก็บขยะบริเวณชายหาดเขาหน้ายักษ์ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ภายใต้ชื่อโครงการ “ร่วมพิทักษ์ รักษ์หาด ปี2” เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนที่มีใจรักชายหาดและทะเลได้ร่วมมือร่วมแรงกันในการรักษาความสะอาดของชายหาดและทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้ชุมชน เพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์อันดีแก่นักท่องเที่ยว โดยสามารถเก็บขยะได้น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 547.6 กิโลกรัม เป็นขยะทั่วไป 394.2 กิโลกรัม ขยะรีไซเคิล 145 กิโลกรัม และขยะอันตราย 8.4 กิโลกรัม ก่อนจะส่งมอบขยะรีไซเคิล(รองเท้า)ให้กับกลุ่มทรัชฮีโร่นำไปผลิตเป็นรองเท้าแตะเพื่อจำหน่ายนำรายได้กลับมาซื้ออุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง

       ขอขอบคุณ : pheupuangchon.com

        เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.30 น. นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดกิจกรรม "รวมใจ TO BE" โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ชมรม TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ณ เรือนจำจังหวัดพังงา ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษ และพิษภัยของยาเสพติด สามารถให้คำปรึกษาแก่เพื่อนผู้ต้องขังด้วยกันในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นการเสริมภูมิคุ้ม กันทางจิตใจด้วย

 ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา

         เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 นายบรรจบ จ้าวชวนชม กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณอาทิตย์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่า Mr..Bjorn Despont เจ้าหน้าที่ของ บ.IQ-Dive Khaolak ได้นำคณะนักท่องเที่ยวประเภทดำน้ำลึก ออกทริปดำน้ำที่บริเวณซากเรือขุดแร่ “บุญสูง” หรือ “แพดูดแร่บุญสูง” ซึ่งจมอยู่ใต้ท้องทะเลนอกชายฝั่งบริเวณชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ห่างจากแหลมปะการังไปประมาณสิบกิโลเมตร ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังดำน้ำชมความงามของโลกใต้ท้องทะเลอยู่นั้น ได้พบกับปลาฉลามวาฬ ขนาดใหญ่มีความยาวไม่น้อยกว่า 7 เมตร กำลังว่ายน้ำหากินแพลงตอนอยู่ท่ามกลางฝูงปลา ซึ่งได้สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมทริปเป็นอย่างมาก บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลอันดามันได้เป็นอย่างดี

         ปลาฉลามวาฬ (Whale Shark) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhincodon typus เป็นสัตว์เลือดเย็นเหมือนกับปลาทั่วไปคือมีอุณหภูมิร่างกายใกล้เคียงกับอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่และเป็นปลากระดูกอ่อนคือกระดูกทั้งตัวยกเว้นขากรรไกรและฟันเป็นกระดูกแข็ง กระดูกอ่อนเป็นกระดูกอ่อนแบบเดียวกับกระดูกใบหูของคน ถูกจัดอันดับให้เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 12.5 เมตร และมีน้ำหนักประมาณ 21.5 ตัน พบแพร่กระจายในทะเลในเขตร้อนและเขตอุ่น ประเทศไทยของเราพบฉลามวาฬได้ทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ฉลามวาฬแม้ว่าเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแต่อาหารที่มันกินนับได้เป็นอาหารเกือบจะมีขนาดเล็กที่สุดคือมันกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ฉลามวาฬจะกินอาหารโดยการว่ายน้ำอ้าปากให้น้ำไหลเข้าปากแล้วใช้ซี่เหงือกกรองแพลงก์ตอนจำพวก โคพีปอด (copepods) คริลล์ (krill) ไข่ปลา ตัวอ่อนสัตว์น้ำ ละลุกหมึกและปลาขนาดเล็ก

        ปัจจุบันสถานภาพฉลามวาฬได้รับการประเมินสถานภาพเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Red List of Threatened Species) ของ IUCN ล่าสุดได้ปรับให้ฉลามวาฬซึ่งมีสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) และได้ขยับเป็น ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) แล้ว   สำหรับเรือขุดแร่บุญสูง หรือแพบุญสูงนั้น เป็นเรือขุดแร่หรือแพสำหรับดูดแร่ดีบุกในท้องทะเลขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 50 เมตร หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟูเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา เรือก็ได้จมอยู่ในระดับความลึกบนพื้นทรายประมาณ 20 เมตรจากผิวน้ำ ทำหน้าที่เป็นเสมือนแนวปะการังเทียม เป็นบ้านของฝูงปลา เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็กแทนแนวปะการัง ปัจจุบันเป็นจุดดำน้ำลึกใกล้ชายหาดเขาหลักที่ได้รับความนิยมอีกจุดหนึ่งในจังหวัดพังงา

ขอบคุณภาพจาก Mr..Bjorn Despont IQ-Dive Khaolak

และขอขอบคุณข้อมูลข่าวจาก :www.chachoengsaonews.com

นางอุษณี เจียมรา เกษตรอำเภอเกาะยาว พร้อมด้วยนางสาวพนิดา แก้วมณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการดำเนินจัดกิจกรรมโรงเรียนเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา
ในส่วนของกิจกรรมประกอบไปด้วย การสำรวจระบบนิเวศน์ในนาข้าว โดยศัตรูธรรมชาติที่พบได้แก่ แมงมุม แมลงปอ ตั๊กแตน ด้วงเต่า แตนเบียน ศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียว แมลงสิง หนู หอยเชอรี่ นก วัชพืช ได้แก่ หญ้าเทียนน้ำ หญ้ามาเลย์ เป็นต้นและได้แนะนำให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันโรคไหม้คอรวง ซึ่งสภาพอากาศเหมาะสมในการเกิดโรคคือกลางวันร้อนจัดและตอนเช้าตรู่อากาศเย็นมีน้ำค้างมากป้องกันโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา มีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งสิ้น จำนวน 14 ราย ณ แปลงนา หมู่ที่ 7 ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา
 
ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
 
หน้าที่ 1 จาก 12
   
© จังหวัดพังงา